หาเงินออนไลน์ ด้วย 4 แอพพลิเคชั่น ในปลายปี 2020

Published by admin on

หาเงินออนไลน์ ด้วย 4 แอพพลิเคชั่น ในปลายปี 2020

                หาเงินออนไลน์ ในยุคนี้ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดี ๆ หนึ่งเครื่องก็สามารถหารายได้ให้กับเราและครอบครัวได้อย่างมหาศาล หลาย ๆ คนทำงานประจำไปด้วยและหารายได้เสริมด้วยงานออนไลน์ไปด้วย และยังมีหลาย ๆ คนที่ออกจากงานประจำ เพื่อมาหาเงินออนไลน์โดยเฉพาะ แต่ทั้งนี้แล้ว ถึงแม้จะมีงานประจำหรือยังไม่มีงานทำ การหาเงินออนไลน์ในยุคนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าทำเป็นอย่างมาก เพราะหลาย ๆ อย่างถูกขับเคลื่อนโดยระบบดิจิตอล และในอีกไม่ช้าวิถีชีวิตของคนย่อมต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการหารายได้ออนไลน์ทั้งที่ต้องการทำเป็นงานเสริมหรืองานประจำ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ยังไม่รู้จะทำอะไร และเป็นคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่คนที่มีอิสรภาพในการใช้ชีวิต บทความนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เข้าใจเกี่ยวกับ 4 แอพพลิเคชั่น ที่สามารถหารายได้ออนไลน์ให้กับเราได้ แต่โปรดรู้ไว้ก่อนว่า เนื้อหาที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นเพียงแค่ข้อมูลขั้นพื้นฐานสำหรับคนที่ยังไม่มีพื้นฐาน หากคุณใช่คนนั้น บทความนี้เหมาะสำหรับคุณ

                รวม 4 แอพพลิเคชั่น หาเงินออนไลน์ ในปลายปี 2020

                Facebook Marketplace

                แอพพลิเคชั่น Facebook เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะสำหรับหลาย ๆ คนแล้ว Facebook เป็นแอพพลิเคชั่นที่เปิดโลกดิจิตอลให้กับตัวเรา หรือกล่าวได้ว่า Facebook เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมเรากับโลกอินเทอร์เน็ตก่อนที่แอพพลิเคชั่นอื่น ๆ จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา

                ในทุก ๆ ปี Facebook มีการอัพเดทและเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันของแอพพลิเคชั่นอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะให้มีความสอดคล้องกับบริบทและความต้องการของผู้บริโภคแอพพลิเคชั่น ในระยะหลังมานี้เราจะไชเห็นได้ชัดเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้ Facebook นั้นก็คือ มีการสร้างเพจ เพื่อเปิดร้านขายของ ทำให้หลาย ๆ ร้านที่ออฟไลน์ต้องปิดตัวลง เพราะขาดทุน แต่ในขะเดียวกัน ร้านที่เลือกมาเปิดในระบบออนไลน์กลับมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยพฤติกรรมและสิ่งที่เกิดขึ้นข้างต้นทำให้เราได้เห็นเครื่องมือที่น่าสนใจที่มาเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นผู้ประกอบการบนโลกออนไลน์ได้โดยไม่ต้องมีเพจเป็นของตัวเอง นั้นคือ Facebook Marketplace

                Facebook Marketplace เป็นเครื่องมือที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สนใจค้าขายสินค้าใน Facebook โดยเราสามารถขายได้ทุกอย่างตามที่เราต้องการขาย ทั้งสินค้ามือหนึ่งและสินค้ามือสอง สินค้าขนาดเล็กและสิ้นค้าขนาดใหญ่ หรือกล่าวได้ง่าย ๆ คือ คุณมีอะไร ก็สามารถขายได้ โดยการซื้อขายเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ไม่ต้องผ่านคนกลาง ผู้ซื้อกับผู้ขายสามารถตกลงการซื้อขายได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ข้อดีคือ เราสามารถขายให้กับคนที่อยู่ในเขตพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียงของเราได้ ลูกค้าซื้อสินค้าง่ายเพราะสามารถนัดรับสินค้าได้ แต่ในขณะเดียวกันข้อเสียก็จะตรงกันข้าม คือ เมื่อเราสามารถขายให้กับคนที่อยู่ในเขตพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียงแล้ว แน่นอนว่าสินค้าที่เราลงขายใน Facebook Marketplace จะไม่แสดงในพื้นที่ที่ห่างไกลหรือจังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่เกินขอบเขตที่เราได้ระบุไว้

                Shopee และ Lazada

                การซื้อขายทุกวันนี้ โดยส่วนใหญ่จะถูกรวมมาอยู่ในสองแอพพลิเคชั่น Shopee และ Lazada ไว้หมดแล้ว เพราะเราไม่ต้องทำการตลาดเอง เราไม่ต้องไปหาลูกค้าเอง และเกือบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เราแค่ถ่ายสินค้าให้มีรูปออกมาสวย ๆ พร้อมทั้งเพิ่มคำบรรยายให้น่าสนใจ ก็สามารถทำยอดขายให้เราได้แล้ว

                ขายของใน Shopee กับ Lazada ก็มีความแตกต่างอย่างมากกับขายใน Facebook Marketplace โดยมีความต่างที่เห็นได้ชัดคือ เรื่องกลุ่มของลูกค้าที่มากขึ้น ที่หลากหลายขึ้น และจะทำให้กิจการของเราเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

                การขายของในยุคนี้ คุณไม่มีข้ออ้างอีกต่อไป เพราะมีหลากหลายวิธีให้เราเลือกใช้ในการขาย แต่ดูเหมือนว่า ปัญหาของหลาย ๆ คน คือ ไม่มีสินค้าที่จะขายกับจะขายอะไรดี ซึ่งแน่นอนว่า หากคุณกำลังประสบปัญหาที่กล่าวไปข้างต้น ปัญหานั้นจะหายไปและข้ออ้างของคุณจะเหลือน้อยลงด้วยวิธีต่อไปนี้

                ขายในสิ่งที่เรามี หากหลังบ้านมีตะไคร้ และพืชสวนครัว คุณก็สามารถนำมาขายได้ หรือในกรณีที่เรามีเสื้อผ้าเยอะจนเกินไป ก็สามารถเอาเสื้อที่ไม่ใส่แล้วนำไปขายต่อมือสองก็ย่อมทำได้เช่นกัน
                ไปเจรจากับร้านค้าใกล้บ้าน หากคุณไม่มีสินค้าและไม่รู้จะขายอะไรจริง ๆ สิ่งที่ต้องคิดต่อไปคือ การมองหาร้านค้าขนาดย่อมหรือขนาดใหญ่ทีอยู่ใกล้บ้านเรา เพื่อเจรจาช่วยเขาขายสินค้าหรือขอนำสินค้าของเขาไปขายในระบบออนไลน์ โดยส่วนใหญ่แล้วหลาย ๆ ร้านมักจะเปิดโอกาสให้เรานำไปขาย ซึ่งจะเป็นสินค้าอะไรนั้น ในแรกเริ่มยังไม่ต้องคิดอะไรมาก ขอแค่ได้เริ่มขายก่อนและค่อยต่อยอดต่อไป
                นำสินค้าใน Shopee ขายใน Lazada หรือนำสินค้าใน Lazada ขายใน Shopee หรือนำสินค้าใน Shopee กับ Lazada ขายใน Facebook หากคุณจะใช้วิธีนี้ สิ่งแรกที่ต้องคิดคือ ระยะเวลาของการขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายค่าขนส่งสินค้า หากคิดสองอย่างข้างต้นเรียบร้อยแล้ว และคิดว่ารับได้กับผลลัพธ์ที่ออกมา ก็สามารถเริ่มทำได้ทันที เพราะในระบบของ Shopee กับ Lazada เราสามารถดูได้ว่าสินค้าส่งจากจังหวัดไหน รู้ว่าใช้เวลาในการขนส่งกี่วัน ทำให้เราสามารถคำนวณค่าต่าง ๆ ออกมาได้ง่าย
                ขายสินค้าแบบ Dropship จากต่างประเทศ ในส่วนของวิธีนี้ เป็นวิธีที่สุดฮิตในปัจจุบัน เพราะเราแถบไม่ต้องลงทุนอะไร และมีความเสี่ยงน้อยมาก และที่สำคัญคือ หมดปัญหาความกังวลเรื่องสินค้าคงคลัง แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงลำดับแรกคือ เรื่องพฤติกรรมของลูกค้า ในปัจจุบันพฤติกรรมของลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเร่งรีบและไม่ชอบรอคอยอะไรนาน ๆ หากคุณสนใจที่จะทำแบบ Dropship แน่นอนว่า สินค้าที่คุณจะขายต้องราคาถูกกว่าตลาด และจะต้องพยายามเลือกสินค้าที่เป็นสินค้าประเภทตลาดผูกขาดจึงจะสามารถขายได้

                True money wallet

                เป็นแอบที่ค่อนข้างจะตอบโจทย์หลาย ๆ อย่างในชีวิตประจำวันของเรา เพราะ มีทั้งข่าวสาร หนัง เกมส์ โปรโมชันต่าง ๆ และฟังก์ชันอื่น ๆ ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่รายได้ที่ได้มาถือว่าได้ไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นช่องทางหาเงินให้กับเราได้ วิธีการหาเงินจากแอพพลิเคชั่นนี้ที่เห็นได้บ่อย ๆ ก็มักจะเป็นการเชิญชวนเพื่อนและเกมส์ แต่ในส่วนนี้ผมจะแนะนำอีกวิธีการหนึ่งของการหารายได้จากแอพพลิเคชั่น True money wallet นั้นคือ การเขียนบทความออนไลน์ผ่าน true id intrend

                true id intrend เป็นช่องทางสำหรับคนที่อยากแบ่งปันความรู้และสาระดี ๆ แก่คนที่สนใจเกี่ยวกับบทความนั้น ๆ ซึ่งคนที่สนใจหารายได้โดยเขียนบทความออนไลน์กับ true id intrend จะต้องสมัครเป็นสมาชิก โดยไม่มีค่าสมัครใด ๆ และจะต้องมีแอพพลิเคชั่น True money wallet เพื่อเป็นช่องทางในการรับเงิน

                การเขียนบทความย่อมมีเงื่อนไขตามที่ true id intrend กำหนด ซึ่งถือว่าไม่ยากสำหรับคนที่ชื่นชอบงานเขียน โดยมีรายได้อยู่ที่ บทความละ 100 บาท นอกจากได้รับค่าตอบแทนที่ดีแล้ว การเขียนบทความออนไลน์ในเว็บ true id intrend ยังเป็นสนามสำหรับฝึกซ้อมให้กับเราได้ คนที่สามารถเขียนบทความใน true id intrend ได้ ย่อมได้รับทักษะในการเขียนบทความที่ดีในอนาคตอีกด้วย

                YT Studio

                YT Studio เป็นเครื่องมือหลังบ้านสำหรับคนที่เป็น Youtuber เครื่องมือหลังบ้าน หมายถึง เป็นหน้าที่เราสามารถแก้ไขและดูการเคลื่อนไหวของวีดีโอและช่องของเรา หรือถ้าในระบบคอมพิวเตอร์เรียกว่า หน้า Dashboard

                ทุกวันนี้อัตราการใช้ YouTube มีมากขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นช่องทางการค้นหาที่รองลงมาจาก Google เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เคยสังเกตไหมเมื่อก่อนเวลาเราอยากรู้อะไรสักอย่าง เราต้องค้นหาจาก Google และปัจจุบันเรามักจะค้นหาจาก YouTube เป็นหลัก และนี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะ พฤติกรรมของคนในปัจจุบันชอบฟังและดูมากกว่าอ่านเอง ด้วยเหตุนี้ การหารายได้จาก YouTube เป็นที่น่าสนใจ

                ถ้าถามว่า หารายได้จาก YouTube ง่ายหรือว่ายาก ตอบได้เลยว่า ไม่ง่ายและไม่ยาก ไม่ง่ายในที่นี่คือ ทุกอย่างย่อมมีเงื่อนไขก่อนที่จะได้รับรายได้ โดยเงื่อนไขของ YouTube ในปี 2020 คือ ต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คน และมีจำนวนการดู 4,000 ชั่วโมง ถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะและดูเหมือนจะยาก แต่ถ้าหากใครที่เลือกเรื่องทำได้ตรงความต้องการของตลาดและรู้จักใช้กลยุทธต่าง ๆ ก็ย่อมทำได้ แต่อุปสรรคของการหารายได้ของ YouTube สำหรับหลาย ๆ คนคือ ท้อและหยุดกลางคัน ต้องบอกก่อนว่า การที่จะให้ผ่านกฎเราจำเป็นที่จะต้องลงวีดีโอบ่อย ๆ โดยไม่ต้องสนใจว่าใครที่ดูหรือใครจะติดตาม และเมื่อทำแล้วต้องสนุกกับมันด้วย จำไว้เสอมอว่า ความสนุกและความชอบในสิ่งที่ทำ จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จให้กับเรา

                และทั้ง 4 ข้อที่ได้กล่าวไป ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราหารายได้เสริมได้ เพียงแค่มีโทรศัพท์สักเครื่องก็สามารถทำได้แล้ว อย่าให้เวลาของเราเสียเปล่าด้วยการปัดหน้าจอขึ้นลง กดไลค์และกดแชร์ แต่ควรเอาช่วงเวลานั้นเปลี่ยนมาเป็นรายได้ให้กับเรา แล้วเราจะเป็นคนที่กำหนดชีวิตของเราเอง